เพลงชาติไทยเวอร์ชั่นใหม่!?!?
posted on 13 May 2005 13:34 by chonchon in NEWSในที่สุดอัลบั้ม เพลงชาติไทย เวอร์ชั่นใหม่ของค่ายแกรมมี่ฯก็คลอดออกมาสำเร็จ ใช้เวลาทำแบบเรื่อยๆ สบายๆ ไม่รีบ นับถึงวันนี้ก็ปาเข้าไปเกือบ 2 ปี หลังจากรับงานมาจากกระทรวงกลาโหม ทำออกมา 6 เวอร์ชั่น
| เวอร์ชั่น1 | แบบเป็นทางการ |
| เวอร์ชั่น2 | แบบไม่เป็นทางการ |
| เวอร์ชั่น3 | แบบแกรมมี่ซาวด์ เอาใจวัยรุ่น |
| เวอร์ชั่น4 | แบบแกรมมี่ซาวด์ เอาใจวัยรุ่น |
| เวอร์ชั่น5 | แบบเอาใจเด็กเล็ก |
| เวอร์ชั่น6 | แบบเอาใจผู้สูงอายุ |
ก่อนกลาโหมและแกรมมี่ฯจะบรรลุไอเดียบรรเจิดนี้ ผู้บริหารทั้งสองส่วนคิดไม่ต่างกันว่า ถึงเวลาต้องนำเพลงชาติไทยที่ร้องและบรรเลงในแบบเก่าๆ ไปเรียบเรียงเป็นเวอร์ชั่นใหม่ เพื่อให้สามารถนำไปเปิดได้ในหลากสถานที่ หลายสถานการณ์ และให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่กว้างกว่าเดิม เนื่องจากที่ผ่านๆ มามักใช้เวอร์ชั่นดั้งเดิมเปิดในกิจกรรมต่างๆ จนเฝือ คนรุ่นใหม่ออกจะถูกบังคับให้ฟังมากกว่าอยากฟังเพราะชอบคนร้อง ชอบดนตรี ชอบความแปลกหู ส่วนเด็กๆ ในวันนี้เริ่มร้องเพลงชาติไม่จบกันแล้ว
กระทั่งได้ข้อสรุปว่า สมควรแต่งตัวให้กับ
"ความฮึกเหิม" ได้อินเทรนด์กับเขาบ้าง
ทว่าพอโยนไอเดียนี้ออกมาสู่สาธารณะในตอนนั้นก็มีเสียงวิตกกังวลกลัวไปแต่งไปทำใหม่จนสูญเสียเอกลักษณ์ ในที่สุดทั้งกลาโหมและแกรมมี่ฯต้องออกโรงแจงว่า ไม่ได้เอาไปถอดรื้อใหม่ แค่นำของดั้งเดิมไปเรียบเรียงเสียงร้อง เรียบเรียงเสียงดนตรีใหม่เท่านั้น
ผู้อ่านคงเคยฟังเพลงสรรเสริญพระบารมีเวอร์ชั่นใหม่ในโรงภาพยนตร์ที่ฟังแล้วยิ่งใหญ่อลังการมากๆ ด้วยคณะนักร้องประสานเสียงชาย-หญิงร่วมกับวงออเคสตรา นั่นแหละเหมือนเพลงชาติเวอร์ชั่นแกรมมี่ฯเดี๊ยะ
ส่วนข้อแตกต่างกันคือ แกรมมี่ฯใช้หลักการตลาดมาจับ คือทำแต่ละเวอร์ชั่นให้ครอบคลุมทุกเซ็กเมนต์ และให้ได้กลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน ซึ่งหลายตลาดมีลูกค้าแกรมมี่ฯทับซ้อนอยู่
อีกประการสำคัญคือใช้นักร้องที่เป็นเครื่องหมายการค้าของแกรมมี่มาร้องทุกคน เพื่อยืนยันความเป็น "แกรมมี่ซาวด์"
เวอร์ชั่นแรก เสียงร้องชาย(เสก โลโซ)-หญิงหนักแน่นฮึกเหิม เหมาะใช้เปิดในสถานที่ราชการ ในงานราชการ งานทหาร หรือกิจกรรมที่ผู้จัดต้องการปลุกเร้าพลังรักชาติ
เวอร์ชั่นสอง ดนตรีเหมือนเวอร์ชั่นแรก แต่เสียงร้องชาย-หญิงนุ่มนวลขึ้น เหมาะเอาไว้เปิดในงานทางการของภาคเอกชน งานมหรสพ หรืองานกึ่งทางการกึ่งลำลอง
เวอร์ชั่นสาม ทำไว้เปิดในงานที่เจ้าของงานชื่นชอบ เบิร์ด-ธงไชย แมคอินไตย์ และ ตู่-นันทิดา แก้วบัวสาย ผู้ร้องนำในเวอร์ชั่นนี้ และมีนักร้องรุ่นเก๋า อย่างเสาวลักษณ์ ลีละบุตร, สุนิตา ลีติกุล, พลพล พลกองเส็ง, ศิรศักดิ์ อิทธิพลพาณิชย์ ฯลฯ ช่วยประสานเสียง ช่วงท้ายสร้างคีย์และเมโลดี้ใหม่ ทำให้ฟังแปลกหูดูมีเสน่ห์
เวอร์ชั่นสี่ ดนตรีทุกอย่างเหมือนเวอร์ชั่นสาม แต่เปลี่ยนมาเป็นนักร้องรุ่นใหม่ในค่ายขับร้อง โปรดิวเซอร์คงอยากให้เวอร์ชั่นสามและสี่ช่วยดึงคนรุ่นใหม่มาสนใจเพลงชาติเพิ่มขึ้น เหมาะกับการเปิดในโรงเรียนระดับมัธยมและมหาวิทยาลัย
เวอร์ชั่นห้า ใช้น้องพลับ-จุฑาภัทร เหล่าธรรมทัศน์ ร้องนำ มีคณะเยาวชนประสานเสียง นี่เลยเปิดในโรงเรียนอนุบาลยันประถม 6
เวอร์ชั่นหก เสียงร้องและดนตรีเนิบช้า ใช้เครื่องดนตรีไทยอย่างอังกะลุง ขลุ่ย ซอ สอดประสานเครื่องสายวงใหญ่ เหมาะกับผู้สูงอายุ เป็นงานเพลงชุดหนึ่งซึ่งตอบสนองการนำไปใช้ประโยชน์ของทางราชการมากกว่าจะเปิดพื้นที่ให้โปรดิวเซอร์โชว์ฝีไม้ลายมืออะไรไปมากกว่านี้
ถึงที่สุดแล้วแกรมมี่ฯอาจจะเหนื่อยฟรีก็ได้ ถ้าผู้มีอำนาจไม่อนุมัติให้เผยแพร่ผลงานชิ้นนี้ตามที่ตกลงไว้แต่ต้น แต่ถ้าได้รับความเห็นชอบให้เผยแพร่ละก็
เพลงชาติไทยสไตล์
"แกรมมี่ซาวด์"
จะแทรกซึมไปทั่วทุกหัวระแหงใน
ประเทศนี้...ตั้งแต่เกิดยันตาย
*ย้อนอดีตเพลงชาติไทย พ.ศ.2482
รัฐบาลเปลี่ยนชื่อประเทศจาก "สยาม" มาเป็นประเทศไทย ทำให้เกิดการประกวดเพลงชาติใหม่ขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง ชิงรางวัล 1,000 บาท ในที่สุดคณะรัฐมนตรีเลือกคำร้องของหลวงสารานุประพันธ์ รองเจ้ากรมเสมียนตรา กระทรวงกลาโหม ซึ่งส่งเข้าประกวดในนามของกองทัพบก โดยมิขอรับผลตอบแทนแต่อย่างใด ภากร ปาจิณพยัคฆ์ บุตรชายของหลวงสารานุประพันธ์ บันทึกถึงการทำงานของบิดาซึ่งใช้เวลาแต่ง 3 วัน ว่า "พ่อลงมือแต่งในตอนเช้า วันหนึ่งก่อนวันประกวดไม่กี่วัน พ่อยังนุ่งผ้าขาวม้าจะเข้าห้องน้ำ แต่สมองแล่น คว้าได้กระดาษดินสอพ่อก็นั่งลงตรงเชิงบันไดหลังบ้านนั่นเอง วางข้อศอกพาดธรณีประตูแล้วก็วาดอักขระออกมาเป็นเนื้อร้องที่เกือบจะใช้การได้เลย" วันที่ 10 ธันวาคม พ.ศ.2482 รัฐบาลจึงได้ประกาศ "รัฐนิยมฉบับที่ 6" ให้ใช้ทำนองเพลงชาติของพระเจนดุริยางค์ ตามแบบฉบับที่มีอยู่ในกรมศิลปากร ส่วนเนื้อร้องให้ใช้บทเพลงของหลวงสารานุประพันธ์ ดังที่เราได้ยินได้ฟังกันอยู่ในทุกวันนี้ ปลาย พ.ศ.2546 กระทรวงกลาโหมให้ค่ายแกรมมี่ฯจัดทำเพลงชาติใหม่โดยมีเนื้อร้องทำนองเดิม เพื่อนำไปใช้ออกอากาศทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ และสถานที่ต่างๆ ขณะนี้เหลือเพียงให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และผู้ใกล้ชิด ตรวจพิจารณารับหรือไม่รับงานชิ้นนี้เท่านั้น
แหล่งที่มา: http://talk.sanook.com/hot/hot_02060.php
นายกทักษิณอย่าบ้าจี้ตามเชียวนะคับ="= ผมว่าเพลงชาติไทยแบบดั้งเดิมนี่ล่ะที่ให้ความรู้สึกรักชาติที่สุด ขืนเอามาทำทำนองใหม่ มันจะเสียหมด พวกคุณคิดว่าอย่างไรกันบ้างครับ
zetsubou sensei"โลกนี้ช่างสิ้นหวังเหลือเกิน!!!"
Hayate no Gotoku!พ่อบ้านประจัญบาน!
CodeGeass=เดธโน๊ต+กันดั้ม!?
EXEcutional
Zero no Tsukaima Chapter1:ฉันเป็นอสูรรับใช้เรอะ!?
"คาดาจ" เล่นปังย่า!?!
เพราะตามนิสัยคนไทยโดยมาก อะไรๆ ที่มันมีอยู่ซ้ำๆ กันเป็นเวลาหลายๆ ปีอ่ะ เค้าจะรู้สึกอยากจะสลัดมันทิ้งไปซะ
เพราะตัวอาเมะเองก็เคยรู้สึกอย่างงี้อ่ะ คือ เบื่อเพลงชาติ ไม่รู้จะให้ร้องทำไมทุกบ่อย ไม่ร้องแล้วก็ไม่ได้หมายความว่าไม่รักชาติซะกน่อย อะไรเงี้ย
อาเมะว่า การที่เรามาเปลี่ยนแปลงเพลงชาติเนี่ย จะทำให้คนหลายๆ คนสนใจเพลงชาติมากขึ้นไม่ว่าจะเวอร์ชั่นใหม่หรือเก่า เท่ากับว่าเป็นการกระตุ้นคนไทยให้มาใส่ใจเพลงชาติ (อย่างที่เจ้าของบล็อค อัพเรื่องนี้ ก็ถือว่าคุณอ่ะ ใส่ใจในเพลงชาติ ในความเห็นส่วนตัวอาเมะถือว่าเข้าแผน) ยิ่งคนสนใจมากขึ้นก็จะทำให้ทัศนคติที่มีต่อเพลงชาติของคนไทยดีขึ้น แต่บทสรุปสุดท้ายนั้นจะลงไปใช้อันใหม่หรืออันเก่านั้น ก็อยู่ที่คนไทยเราแล้วละงิ *-*
#1 By เจ้าชายดนตรี on 2005-05-13 13:59