นอกเรื่องโอตาคุบ้าง มาขอใส่ใจเรื่องเรียนกันซะหน่อย
posted on 08 Jun 2005 18:45 by chonchon in Myselfวันนี้....ผมได้เห็นแสงแห่งชีวิต แสงที่จะทำให้คนบ้าๆอย่างผม
ไปสู่จุดมุ่งหมายในชีวิตที่เคยใฝ่ฝันไว้ได้...
วันนี้เรียนแนะแนวครับ อาจารย์แนะแนวสอนได้แบบ...
"เห็นดวงตาแห่งAdmission"
(เหมือนดวงตาแห่งธรรมป่าวหว่า- -*)
สอนได้ดีอย่างเหลือเชื่อจริงๆ...ถ้าถามว่าเหมือนกับอะไร
คงเหมือนกับมีเพื่อนชวนคุณไปดูหนังที่คุณไม่รู้จัก แล้วเขาเกริ่นให้ฟังว่าหนังนั่นสนุกอย่างไร จนคุณคล้อยตามเขาไป....
นักเรียนทั้งห้อง....ตั้งใจฟังกันอย่างไม่น่าเชื่อ
ทั้งๆที่มีแต่สาระกันเน้นๆ มุขตลกแซมเล็กน้อย แต่เมื่อได้ฟังแล้ว ก็เกิดความรู้สึกที่ว่า
"ตัวเรายังขยันไม่พอจริงๆ...จะไปสู้กับคนอื่นที่เขาตั้งใจสอบได้อย่างไร"
ยิ่งฟังสิ่งที่อาจารย์แนะนำเท่าไร ก็ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองต้องพยายามให้มากขึ้นเท่านั้น
ประโยคแต่ละคำที่ออกมาจากปากอาจารย์
เหมือนจะเป็นหลักแห่งความจริง
ที่อยู่ใกล้ตัวเรามากๆ แต่ไม่เคยรู้เท่านั้นเอง
"อ่านหนังสือไม่ต้องทุ่มสุดตัว วันละชม .ก็พอ เพราะคนเรามักจะไม่มีสมาธิเมื่อทำอะไรติดต่อกันเกิน 1 ชม. แต่เธอลองคิดดู แค่วันละชม. เธอก็ได้ทบทวนบทเรียนที่เคยเรียนไปจนจำเข้าไปในสมองได้ ไม่ใช่ว่าเธออ่านรวดเดียวจบ แล้วทิ้งไว้สามเดือน แล้วค่อยมาอ่านอีกที มันก็ลืมหมดจริงไหม?" "แค่ทำข้อสอบวันละข้อ ลองคิดดู 365 วันก็ 365ข้อ ถ้าเธอทำมาตั้งแต่ ม.4 มันก็ได้เป็นพันข้อ จะมาบอกไม่มีเวลาอ่านหนังสือ การบ้านเยอะกันได้ยังไง?" "เวลาของคนที่มันรวย กับคนที่มันจน มันก็เท่ากัน แต่มันต่างกันตรงที่การจัดการแบ่งเวลาให้เกิดประโยชน์" "คนเรามี 24 ชม. เท่ากัน เธอจะบอกว่าไม่มีเวลาได้ยังไง? แล้วไอ้คนที่มันมีเงินเป็นพันล้าน มันก็มีแค่ 24 ชม. ไม่ใช่เหรอไง" "1นาทีของบางคนดุจทอง แต่1นาทีของบางคนก็ยังกับก้อนกรวดที่ไร้ค่า" "คนที่เรียนเก่ง เพราะตั้งใจเรียน ตั้งใจทบทวน ไม่ต้องเรียนพิเศษที่ไหนก็มีเหมือนกัน" "เธอเคยคิดบ้างไหม ที่ไปเรียนพิเศษน่ะรู้เรื่องหรือป่าว? ขนาดแค่เรียนที่โรงเรียนพวกเธอยังไม่รู้เรื่องเลย" "เรียนพิเศษน่ะ มันไม่ได้เริ่มจาก1 แบบเรียนที่โรงเรียน ถ้าเธอไม่รู้เรื่องที่โรงเรียน เรียนไปแล้วมันจะได้อะไร" "คนที่มันขยันจริงๆน่ะ เขาเตรียมพร้อมตั้งแต่ ม.4 แล้ว ถ้าพวกเธอถามว่า ตอนนี้ ยังเริ่มทันไหมจำไว้....มันยังไม่สายหรอก กลับบ้านไปวันนี้ลองอ่านหนังสือดูสิ อ่านไปเหอะ วันละนิด เธอก็จะจำได้เองแหล่ะ" |
แต่ละประโยคของอาจารย์ ที่ทยอยเข้าสู่สมองของผม...เหมือนจะช่วยขัดเกลาจิตใจของผมเลยครับ....TT ฟังแล้วสุดยอดจริงๆ
ที่ผมเอามาบอกเล่าให้ฟัง เพราะอยากให้คนอื่นๆที่จะสอบปีนี้ ได้รับรู้บ้างครับ^^"
วันนี้เกิดความรู้สึกอยากหยิบหนังสือมาอ่านอย่างบอกไม่ถูกจริงๆ...(แต่จะทำได้หรือเปล่านั่นอีกเรื่อง)
อาทิตย์หน้า ผมจะเอาหลักธรรมของอาจารย์มาบอกเล่าให้ฟังอีกครับ!
(ปล. ผมไม่ได้โง่นะT_T แต่แค่ไม่ขยันอ่ะ ไม่เคยอ่านหนังสือเลย...
แต่เกรดเฉลี่ยตอนนี้อยู่ที่3.87 -3-)
[วิเคราะห์]แผนโครงสร้างเนื้อเรื่องการ์ตูน!
[comic review]เมื่อหนุ่มผู้รัก2Dเผชิญโลก3D ใน "The world god only know"
EXEcutional
คอสน่ารักมาก!
allenkung1 Blog
1. ในความคิดของผมการเตรียมตัวเอ็นท์มีสองแบบ
1.1 เตรียมตั้งแต่ม.4 เวลาสอบเอ็นท์จริงๆ คุณจะสบายมาก (สบายจริงๆ นะ ข้อสอบเอ็นท์ก็ใช่ว่าจะยาก ที่คนเขาสอบไม่ติดกันเพราะว่าเขาไม่แม่นเท่านั้นเอง ไม่ใช่ว่ามันยาก)
1.2 เตรียมช่วงม.6 (ทั้งปีนะ ไม่ใช่เฉพาะก่อนสอบ) วิธีนี้ถ้าเทียบกันจริงๆ ประสิทธิภาพไม่เท่าแบบแรกหรอกครับ เพราะคุณจะต้องขยันกว่าที่คุณเป็นหลายเท่า แต่ข้อดีก็คือในช่วงม.4-5 คุณจะมีเวลาไปทำอะไรที่คุณสนใจได้เต็มที่ แล้วผมก็เลือกแบบนี้
2. ช่วงนั้นผมกำลังสนใจเรื่องหนึ่งขนาดหนัก (ไม่ขอบอกว่าเรื่องอะไร) มารู้สึกตัวอีกทีก็ม.6 แล้วเลยต้องเลือกข้อ 1.2 ไปโดยปริยาย (อ้าว.. นึกว่าเตรียมตัวมาดี
PS สิ่งที่อาจารย์คุณพูดคือสิ่งที่คนอยากเอ็นท์ติดและเตรียมตัวมาดีเขาทำกันครับ ไม่ใช่คนขยัน คนที่ขยันจริงๆ มันขยันกันเป็นเทวดาเป็นปิศาจ ผมไม่อยากพูดถึง
PPS วันนี้ผม comment ยาวจังเลยเนอะ คุณว่ามะ?
#1 By P.S. on 2005-06-08 19:03