มาต่อจากที่ค้างไว้>>เอนทรีที่แล้ว<<ครับ^^

ขอเพิ่มโครงสร้างเนื้อเรื่องอีกแบบ(เวอร์ชั่นที่ดีนะครับ)
ที่เพิ่งนึกได้วันนี้

  • แนวรวมการ์ตูนสั้น

แนวนี้เป็นแนวที่พบเห็นได้ยาก

เพราะผมเห็นผู้บุกเบิกแนวนี้อยู่2เรื่องเอง
คือ boys be, salad days

ซึ่งเป็น การ์ตูน ที่มีโครงเรื่องแบบ  จบในตอน และที่สำคัญคือ

แต่ละตอน ไม่เกี่ยวข้องกันเลย ทั้งตัวละคร เนื้อเรื่อง สถานที่

แต่ว่าการ์ตูนทั้งเล่ม ถูกเชื่อมไว้ด้วย
แนวโครงเรื่องเดียวกันคือ

"ชีวิตรักในวัยเรียน"  

นับว่าเป็นการ์ตูน 2 เรื่อง ที่เขียนแปลกดี
มันทำให้ได้อ่านความหลากหลายของคนเขียนดี
และก็ได้รับความนิยมสูงเช่นกันครับ^^"
ถึงขนาดออกได้ถึงเรื่องละ เกือบ 30 เล่มเชียวนะ!

อยากให้มีการ์ตูนแบบนี้อีกจัง-3-

 



 

จากเอนทรีที่แล้วที่ยังกับเลคเชอร์ วิชาการ
ทีนี้มาดู เวอร์ชั่น ฮาแตกกันดีกว่า
เพราะนี่คือ การวิเคราะห์แผนโครงสร้างการ์ตูน

เวอร์ชั่นหายนะ!!!

ซึ่งเป็นการวางเนื้อเรื่องที่
แย่ ถึง แย่มาก ครับ= =!!!

ฉะนั้น เอนทรีนี้จะตรงข้ามกับเอนทรีที่่แล้วคือ

หล่านักเขียนการ์ตูน
กรุณาอย่าเอาเยี่ยงอย่างนะครับ

 

หมายเหตุ:

  1. วิเคราะห์คราวนี้ มีเรื่องของความสูงกราฟด้วย
    โดย กราฟที่สูงแปลว่าน่าสนใจครับ
    ส่วนถ้ากราฟต่ำแปลว่าเนื้อเรื่องเริ่มอยากโยนทิ้งแล้วล่ะ- -*
     
  2. วิเคราะห์คราวนี้อาจมีการวิจารณ์ที่รุนแรง+ขัดใจ
    แม่ยกการ์ตูนบ้าง กรุณาทำใจก่อนอ่านนะครับ

 

 

 

  •  เนื้อเรื่องแบบ โยนหินถามทาง/หาจุดขาย



ลองดูกราฟแล้วเดาดูครับ ว่าเรื่องนี้คือแนวไหน

มันจะเริ่มจาก การคิดตัวละคร กับเนื้อเรื่องหลวมๆมาได้ว่า อยากให้ประมาณนี้
แล้วต่อด้วย การ์ตูนเป็นตอนสั้นๆต่อกัน โดยที่ยังไม่มีแกนเรื่องมาคอยนำทาง
แต่พอเขียนไปสักพักก็เหมือนจะจับจุดอะไรบางอย่างจากกลุ่มผู้อ่านได้

แล้วก็เลือกเอาจุดนั้น มาทำเป็นแกนเรื่อง

แล้วก็

ตูม! กลายเป็นโก โก้ครันช์!!!

เอ้ย!? หมายถึง  ก็ดังติดตลาดขึ้นมาทันใด
แหม่.... ทำไมไม่คิดแกนเรื่องตั้งแต่ก่อนเขียนล่ะเนี่ย-*-

ความจริงแนวนี้ มันก็ไม่ได้แย่ไปซะทีเดียว คือ ดีช่วงหลัง
แต่ช่วงแรกจะไร้แก่นสาร ทำให้ไม่น่าอ่านอย่างแรง

บางคนเลยไม่ได้อยู่ตามอ่านจนถึงจุดที่สนุก
ซึ่งถ้าไม่มีช่วงถามทางตอนแรกๆ จะดีมาก

 

....... เอาล่ะครับ เดาถูกกันไหม?
แนวนี้ มีตัวอย่างสองเรื่องครับ คือ

ยูกิโอะ และ Reborn! ที่ช่วงนี้สาวๆฮิตตรึม- -!

(ส่วนตัวผม เป็นแบบที่อธิบาย เลิกอ่านไปตอนเล่ม7....
กว่าจะหาแกนเรื่องได้ นานกว่ายูกิหลายเล่มเลยนะเนี่ย)

 

 

  • เนื้อเรื่องแบบ.....อะไรวะเนี่ย- -*??

 
อันนี้จะสะเปะสะปะกว่าแบบบนหลายเท่าตัวครับ

ไม่อยากเรียกว่าเป็นแนวโครงเรื่องเท่าไร
เพราะน่าจะเรียกว่า ไม่มี มากกว่า

ด้วยการคิดส่วนนึง แล้วก็เพิ่มเนื้อเรื่องอื่น
แล้วก็ ขยายอีกส่วน ใส่เนื้อเรื่องย่อย ย่อยกว่า ย่อยสุดๆ ฯลฯ
แต่สิ่งที่ทำกลับไม่ต่อเนื่องกัน ยิ่งอ่านยิ่งงง
เนื้อเรื่องแต่ละส่วน ยิ่งส่งเสริมกันให้ช่วยกันฉุดลงเหว- -*

ถือว่าเป็นการคิดที่ไม่เป็นระบบมากขาดการวางผังที่ดี
การ์ตูนแบบนี้ มักจะเป็นประเภท
โดจิน คนเพิ่งหัดแต่งการ์ตูน
แต่ก็ไม่ได้ว่านะครับ ทุกคนต้องมีจุดเริ่มต้นทั้งนั้น^^"

 
แต่ถ้าเป็นตัวอย่างการ์ตูนที่มีขายจริงๆก็มีเรื่องนึงที่พอนึกออก
ก็คือ boy and girl การ์ตูนไทยที่เป็นตำนาน
(ไม่ขอบอกละกันว่าตำนานยังไง แต่ต้องลองไปหาอ่านดู....)

และการ์ตูนไทยกับการ์ตูนญี่ปุ่นบางเรื่องก็เป็นแบบนี้ครับ
แต่อาจไม่แย่เท่ากราฟตัวอย่าง

 

 

 

 

อันนี้แบบสุดท้ายครับ

  • พระเจ้า!!! นี่มันสนุกจน..."คาดไม่ถึง!?"


แบบสุดท้ายนี่..... ดูจากกราฟ คนที่เคยอ่านคงเข้าใจดี


เป็นการ์ตูนที่ต้องขอบอกว่าคิดเนื้อเรื่องได้ สุดยอด!!!!

เริ่มต้นมาก็แบบ  "ว้าวววววววว!!! เนื้อเรื่องมีความแปลกใหม่!!!"
อ่านไปได้สักพักก็แบบ "อู้วววว!!! อะไรมันจะน่าติดตามขนาดนี้!!!"
อ่านไปอีกสักพัก "โอว ก็ยังพอใช้ได้...."
พอมันชักผ่านเรื่อยๆ "เฮ้ย....จบได้แล้วมั้ง"
หรือไม่ก็แบบ อ่านไม่เข้าใจไปเลย ว่า ผู้เขียนมันจะสื่ออะไร???

และพอถึงตอนจบก็จะเป็นแบบ

"โอ้วววววววววววววววววววววววววววววววววววววววววว

นี่มัน!!!!............

...........

.......

....

..

บัดซบเอ้ยยย!

จบแบบนี้จริงๆเรอะ!?!?!?"

 

เป็นไงครับ เป็นการ์ตูนที่สุดยอดไหมล่ะ
ใบ้ให้นิดนึง.... มันประทับใจแบบ....

  • ปาหมอน....
  • กลายเป็นดาซิม....
  • นั่งอยู่ที่เก้าอี้ ลุกขึ้น แล้วมีคนตบมือ ยินดีให้.... 

 

 

 

 

 

ซึ่งเรื่องที่ว่ามาก็คือ
Shaman king(ราชันย์แห่งภูต)
yakitate Japan!(แชมเปี้ยนขนมปังสูตรดังเขย่าโลก)
และ Evangelion เวอร์ชั่นอนิเม(ไม่รู้คอมมิคเป็นงี้ไหม)

ผมเป็นคนนึงครับ ที่ไม่ค่อยเข้าใจนักเขียนญี่ปุ่นหลายคนจริงๆ
ที่ถึงแม้จะรู้ว่าโดน เบื้องบนเขาสั่งให้ตัดจบก็เหอะ
แต่ทำไมถึงได้

สร้างความประทับใจไม่รู้ลืมได้ขนาดนี้.....
โดยเฉพาะตอนจบ= ="""

ขอทิ้งท้ายด้วยความห่วยของตอนจบ Evangelion
ที่คนญี่ปุ่นบอกว่าเป็นอนิเมที่สุดยอดๆสุดๆแล้ว
(ไม่เข้าใจคนญี่ปุ่นจริงๆให้ตายเถอะ- -*) 


เปิดมาก็จะเข้าใจทันที่ว่าห่วยยังไง....

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

เห็นกราฟแบบโยนหินนี่ นึกออกเลยว่าเรื่องอะไร

Hot!
เคสสุดท้ายนี่ประทับใจจริงๆsad smile

ปาหมอน ...
ดาซิม ...

ไอ้บ้าเอ๊ย ! Hot!

#2 By DaZe_erk on 2009-06-12 22:09

Hot! Hot!

ข้อแรกมาอ่านปุ๊บก็คิดว่าเป็นรีบอร์นขึ้นมาทันใด

ชอบค่ะ อธิบายออกมาเป็นกราฟแบบนี้มันเข้าใจง่ายสุดยอด
(แถมแอบฮาด้วยค่ะ)



ปาหมอนมันกลายเป็นตำนานไปแล้วเนอะopen-mounthed smile

#3 By KRAZE never exists. on 2009-06-12 22:23

รูปสุดท้าย...
ความชันติดลบอย่างรวดเร็วsad smile Hot!

#4 By araignee on 2009-06-12 22:26

ส่วนตัวเรื่องยูกิ ชอบตอนแรกๆ

แต่พอเริ่มจับแนวมาที่การ์ดแล้ว ไม่ค่อยชอบเท่าไหร่ โดยเฉพาะเล่มหลังๆ แปลกไหม?

#5 By Vampire_Ririn on 2009-06-12 22:36

มันก็ได้สองทางนะผมว่า
อาจเพราะ บางคนชอบแนวการ์ดไปเลย ก็จะชอบเลย
แต่ตอนช่วงหลังๆช่วง DDD ผมก็ชอบนะconfused smile

#6 By chonchonjung on 2009-06-12 22:55

Hot!

ฮ่าๆๆ แต่ละแบบ นึกออกเลย

มิสยูๆๆ ชอนๆคุงcry

#7 By ๛Girl In Game๛ on 2009-06-13 00:14

อธิบายได้ละเอียดจริงๆค่ะ!

อันแรกก็คิดถึงรีบอร์นเหมือนกัน (ฮา)

Hot! Hot! Hot!

#8 By Luna_N#N.Noz on 2009-06-13 00:22

กราฟเข้าใจง่ายและเดาได้ทันทีจริงๆ

เคสสุดท้ายนี่ใช่เลย เห็นกราฟก็เดาไปถูก2เรื่องแล้ว - -*
(แต่เอวานี่ไม่ได้ดูแหะ)

เคสนี้แรกๆมัน หลังๆ อะรายยย

แล้วยิ่งตอนจบ แบบอะร๊ายยยยย

#9 By [Davi] on 2009-06-13 19:31

เห็นกราฟแรกแล้วนึกออกทันทีว่ารีบอร์น Hot!

#10 By renme on 2009-06-13 20:44

อีวาฯ ใครดูแล้วเข้าใจ 100 เปอร์เซ็น
น่าให้ ปริญญาเอก ซัก 10 ใบนะsad smile

#11 By OOB on 2009-06-14 02:54

2 เอนทรี่นี้ ขอเซฟไว้อ่านเลยนะ เผื่อต่อไปเขียนจะได้ไม่ลืมconfused smile

#12 By Gundum F (124.121.33.175) on 2009-06-14 10:39

โอ๊ะโห เห็นด้วยเลย ไอตอนจบ ตบๆมือ แปะๆๆๆ เนี่ยHot!

#13 By Fenfen on 2009-06-14 21:13

Favourites