เอนทรีที่เกี่ยวข้อง

 

อย่างที่บอกไว้ ว่าคราวนี้จะมาพูดถึงทฤษฎี "Monomyth" ที่  Joseph Campbell
เป็นผู้สรุปขึ้นในหนังสือ The Hero with a Thousand Faces ที่เขาเขียนไว้ตั้งแต่ปี 1949 
ซึ่งยังเป็นหนังสืออ้างอิงที่ยอดเยี่ยมมากจนปัจจุบันนี้ (ถูกนำมาตีพิมพ์ครั้งล่าสุดในปี 2008 ลองไปหาซื้อกันได้ครับ)

The Hero with a Thousand Faces

 
โดย Monomyth เป็นคำจำกัดความ ในการสรุปโครงสร้างการเล่าเรื่องของตำนานต่างๆทั่วโลก
โดยสามารถสรุปสูตรสำเร็จนี้เป็นเนื้อเรื่องสั้นว่า

 

"วีรบุรุษได้เดินทางออกจากโลกของการใช้ชีวิตปกติของตน ไปสู่โลกที่ไม่เคยรู้จัก ได้ผจญภัยและเอาชนะสิ่งต่างๆที่นั่น และได้กลับมา พร้อมทั้งนำสิ่งที่ได้รู้มา ใช้เป็นประโยชน์แก่ตนและสังคมของตน"  

 

ซึ่งไม่ว่าเรื่องเล่าของ โมเสส , พระพุทธเจ้า , พระเยซู หรือตำนานอื่นๆ ล้วนมีวิธีการเล่าเรื่องในรูปแบบนี้ทั้งสิ้น

 

 

Cambell ได้แบ่งเนื้อเรื่อง Monomyth ออกเป็น 17 ช่วงด้วยกัน (ซึ่งไม่ต้องครบทั้ง 17 ช่วงก็ได้ )


Departure การออกเดินทางออกจากสถานภาพเดิม

1 The Call to Adventure การเรียกสู่การพจญภัย
ตัวเอกเริ่มจากชีวิตธรรมดา และได้รับข้อมูลที่เป็นการเรียกเขาออกไปสู่โลกที่เขาไม่รู้จัก

2 Refusal of the Call การปฏิเสธคำเรียก
ตัวเอกที่จะเป็นวีรบุรษในอนาคต เลือกที่จะไม่ไป อาจเป็นเพราะ ภาระ หน้าที่ ความกลัว หรืออื่นๆ

3 Supernatural Aid การช่วยเหลืออย่างผิดธรรมชาติ
เมื่อตัวเอกตัดสินใจที่จะไป ก็จะมีตัวช่วยโผล่ออกมา ซึ่งคือ The mentor ซึ่งอาจมาพร้อม คำแนะนำ การให้ความสามารถ หรือให้อาวุธ ที่จะช่วยเหลือเขาได้ในอนาคต

4 The Crossing of the First Threshold การก้าวข้ามประตูแห่งการเริ่มต้น
ตัวเอกเริ่มก้าวออกจากโลกที่ตัวเองรู้จัก ไปสู่การผจญภัยในโลกที่ไม่รู้จัก
และอันตราย

5 Belly of The Whale ยืนอยู่ ณ ขอบของประตู
ช่วงสุดท้ายก่อนไปจากโลกที่ตนเองรู้จัก เป็นช่วงที่แสดงถึงความเต็มใจและเตรียมพร้อมสู่ความเปลี่ยนแปลงของตัวเอก

Initiation การเริ่มต้นสู่การเปลี่ยนแปลงสถานภาพใหม่
6
The Road of Trials เส้นทางแห่งความท้าทาย
ช่วงที่พระเอกจะพบกับ บททดสอบต่างๆ สู่การเปลี่ยนแปลงตนเอง ซึ่งอาจมีล้มเหลวบ้าง

7 The Meeting With the Goddess พบเทพธิดา
ตัวเอกได้พบกับความรัก ซึ่งอาจเป็นกุญแจสู่พลังอันยิ่งใหญ่ของตน หรืออาจเป็นการที่ตัวเอกพยายามตามหาคนอันเป็นที่รักมาก ซึ่งเป็นช่วงนึงที่สำคัญมากในการเปลี่ยนแปลง

8 Woman as Temptress พบสิ่งยั่วยวน
ตัวเอกอาจถูกยั่วยวนจากบางสิ่ง(ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้หญิง) จนทำให้ละทิ้งจากภาระการเดินทางของตน

9 atonement with the Father เผชิญหน้าผู้ยิ่งใหญ่
ตัวเอกต้องพบกับผู้ที่มีพลังยิ่งใหญ่(โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นพ่อของตัวเอก) ซึ่งนับเป็น จุดกึ่งกลางของการเดินทาง ทุกช่วงที่ผ่านมาก็เพื่อให้มาถึงจุดนี้

10Apotheosis ไปสู่สรวงสวรรค์
เป็นช่วงที่ตัวเอกได้ผ่อนคลาย ได้พบกับความสงบ ก่อนที่จะเดินทางกลับจากการผจญภัย

11The Ultimate Boon  สุดยอดของวิเศษ
ตัวเอกได้บรรลุเป้าหมายการเดินทาง จากการปูเนื้อเรื่องที่ผ่านมา และได้รับอะไรบางอย่างอาจเป็นประสบการณ์ ความสามารถ หรือของวิเศษอย่างความอมตะ หรือ จอกศักดิ์สิทธิ์

Return การกลับมาพร้อมสถานภาพใหม่

12 Refusal of the Return ปฏิเสธอีกครั้ง
หลังจากได้รับของวิเศษ ตัวเอกอาจรู้สึกไม่อยากกลับไปดินแดนของตน เพื่อแบ่งปันสิ่งเหล่านี้ให้

13 The Magic Flight การหนีสุดอลังการ
บางทีของวิเศษที่ได้มาอาจมีใครมาตามจองล้างจองผลาญตลอดการเดินทางกลับ ทำให้กลายเป็นการผจญภัยขากลับสุดอลังการ

14 Rescue from Without การช่วยเหลือขากลับ
หลังจากเหนื่อยล้าและบาดเจ็บจากการเดินทาง บางทีตัวเอกอาจได้รับการช่วยเหลือและให้คำแนะนำอีกครั้ง เพื่อให้กลับสู่การใช้ชีวิตตามปกติ

15 The Crossing of the Return Threshold การก้าวกลับมาที่เดิม
หลังจากกลับมาสู่ที่ๆจากมา จะเป็นจุดยากที่สุด ที่ตัวเอกจะต้องนำความรู้หรือของวิเศษที่ได้กลับมา มาใช้ให้เกิดประโยชน์ และแบ่งปันกับประชาชนได้


16Master of Two Worlds เทพแห่งสองโลก
โดยปกติช่วงนี้จะเป็นของตัวเอกที่เหนือธรรมชาติ เช่น เยซูหรือพระพุทธเจ้า ช่วงนี้คือ การที่ตัวเอกได้รักษาสมดุลย์ของโลกเอาไว้(โลกแห่งวัตถุกับโลกจิตวิญญาณ)

17Freedom to Live อยู่อย่างอิสระ
การได้อยู่อย่างสงบสุขในปัจจุบ้ัน มีชีวิตอย่างอิสระ

 

 


 

ต้องขอบอกนิดนึงว่า อันนี้ผมแปลมาจาก wiki ครับ
เหนื่อยมากกกกก เยอะชะมัด!

แถมอาจผิดพลาดไปบ้าง ฉะนั้นขอเชิญไปอ่านของจริง เพื่อเพิ่มความเข้าใจนะครับ
http://en.wikipedia.org/wiki/Monomyth

เพราะพอดีเลคเชอร์ที่ฟังจากอาจารย์ มันสั้นกว่านี้เยอะ แถมไม่เหมือนกันอีก
(แต่ดันสัญญากับชาวExteenว่าจะอธิบายให้ฟัง เลยต้องหามาสักหน่อย= =")

ส่วนอันนี้คือ Monomyth เวอร์ชั่นที่ผมเล็คเชอร์มาครับ อาจจะต่างไปบ้าง แต่น่าจะดูเข้าใจง่ายกว่าเยอะครับ

เพราะเท่าที่อ่านมา Monomyth ของCampbellนั้น จริงๆ คงเป็นการสรุปตำนานเชิงเทพเจ้าซะส่วนใหญ่ เพราะแอบรู้สึกว่าหนังสมัยนี้มันไม่มีช่วง Return ซะเท่าไร- -"

พออ่านจบแล้ว คงรู้สึกได้ว่า Monomythนี่เป็นต้นแบบของหนังที่ดีได้ทุกเรื่องจริงๆนะครับ
แค่เปลี่ยนชื่อเรื่องกับชื่อบทซักนิดเท่านั้น


ไม่เชื่อลองคิดย้อนดูได้กับ หนังดังๆเรื่องต่างๆ เช่น Star wars, Lord of the ring, Harry potter
หรือหนังใหม่อย่างThe Avatar,The Prince of Persia ก็ยังคงเป็นไปตามผังนี้เช่นเดิม

หวังว่าเอนทรีนี้จะมีประโยชน์กับทุกท่านนะครับ!

 

 

ปล. Monomyth ไม่สามารถนำไปใช้ได้กับ เรื่องสั้นมากๆ นิทานสำหรับเด็ก หรือซีรี่ย์ยาวมากๆไม่มีจุดจบ
ยกตัวอย่างนะครับ นิทานอีสป, มานีชูใจ, The simpsons = ="  

Comment

Comment:

Tweet

Howdy would you mind stating which blog platform you're using? I'm going to start my own blog in the near future but I'm having a tough time deciding between BlogEngine/Wordpress/B2evolution and Drupal. The reason I ask is because your layout seems different then most blogs and I'm looking for something unique. P.S Sorry for being off-topic but I had to ask!

#44 By FergusBoothe on 2015-05-23 15:54

I loved as much as you'll receive carried out right here. The sketch is tasteful, your authored material stylish. nonetheless, you command get got an edginess over that you wish be delivering the following. unwell unquestionably come further formerly again as exactly the same nearly very often inside case you shield this hike.

#43 By FergusBoothe on 2015-05-23 15:51

ขอบคุณค่ะbig smile big smile big smile big smile

#42 By Firdaous (111.68.97.180|10.16.20.94, 111.68.97.180) on 2014-12-29 23:41

น่าอ่านดีครับ

ขอบตุณสำหรับการแบ่งปันนะครับHot! open-mounthed smile

#41 By disciple21 on 2013-01-23 12:05

Hot! Hot! ขอบคุณคับbig smile

#40 By ZEN on 2010-07-15 20:46

อ๊ะ! จริง
ขอบคุณนะคะที่แปลมาให้อ่าน
มีคงามรู้ประดับตัวเพิ่มขึ้นอีกนิดนึงconfused smile
อืม
ถ้าบทเรียนของมานีชูใจต้องไปสู้กับFinalBoss
มันจะยังไงๆอยู่นา
แล้วไอ้ประเภท"ซีรี่ย์ยาวมากๆไม่มีจุดจบ"นี่
มันเรื่องไหนมั่งอ่ะ

#38 By HILTER on 2010-07-02 18:29

โอว ประโยชน์อีกแล้วครับconfused smile
Hot! Hot! Hot!
Hot! Timeline น่าสนใจ 55

#36 By =*MoonShiNe Ze*= on 2010-06-30 18:16

ใช่แหละ ใช่เลย!
ส่วนมากฮิโร่ผู้กล้าจะมีโชคทางชีวิตเป็นแบบนี้ จะมีความอ่อนโยนเป็นรากเพื่อเป็นตัวขัดกับสถาณภาพที่น่าอิจฉาให้ฮีโร่อยู่ในสถาณภาพที่ใครๆต่างก็รักใคร่

ชอบนะ ถึงมันจะซ้ำซาก จำเจ แต่ว่า มันไม่มีวันตาย
ส่วนหนังสมัยนี้ เพราะเนื้อเรื่องแนวนี้ได้นำเสนอฉายไปมากมายจนผู้คนจับทริคได้เลยอยากแหวกแนวเป็นผู้กล้าลาโลกแต่ส่วนมากมันจะอยู่ในแนวทริลเลอร์ ไม่ก็ดราม่าแอดแวนเจอร์ซะส่วนใหญ่ เพราะถ้าเป็นแนวเด็กใสๆ แอบใส่ความอิ๊อ๊างล่ะก็...เค้าจะเอาจุดเด่นไปลงกับ ตัวช่วยฮีโร่มากกว่านะ

ดูอย่างแฮร์รี่ที่ผู้คนต่างวกกลับรักหลงคู่แฝดเฟร็ดจอร์จ และอาจารย์ปรุงยาเจ้าแม่สายซึนฯอย่างเสนป...sad smile